More Font Styles for Your Value Different.
Diva Clinic

เจาะลึกเรื่องไหมยกกระชับ

          การ’ร้อยไหมละลาย“ ซึ่งวิวัฒนาการที่ใช้เป็นการพัฒนามาจาก “ไหมละลาย” ที่ใช้เย็บหลอดเลือดหัวใจ เป็นเส้นใยโพลิเมอร์สังเคราะห์ ซึ่งก็จะมีทั้งประเภทที่เรียกว่า ไหมละลายพีดีโอ (polydioxanone : PDO) โดยประเภทนี้ร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดออกไปจากร่างกายจนหมดได้ภายในเวลาประมาณ 6 เดือน

          และอีกประเภทคือ ไหมละลายพีจีเอ (Polyglycolic Acid : PGA)  ซึ่งระยะเวลาที่ร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดออกจากร่างกายจนหมดจะนานกว่า คือประมาณ 8-10 เดือน ที่สำคัญไหมพวกนี้เป็นไหมชนิดเดียวกับที่แพทย์ใช้เย็บแผล เย็บหลอดเลือดหัวใจ จึงมีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

          ปัจจุบันนิยมเทคนิคใหม่มากจากประเทศเกาหลี ก็คือ “การร้อยไหมเงี่ยง-ไหมเกลียว เนื่องจากแต่เดิมการร้อยไหม PDO แบบเส้นตรงเรียบๆ สามารถทำให้ผิวยกกระชับเต่งตึงขึ้นได้เพียง 20-60%

          ล่าสุดเทคนิคใหม่จากเกาหลีมีการใช้ไหม PDO แบบที่มีเงี่ยง หรือแบบที่เป็นเกลียว ซึ่งนิยมเรียกว่า “ไหมเงี่ยง ไหมเกลียว” เพราะลักษณะของไหมที่มีเงี่ยง หรือเกลียว จะช่วยเพิ่มแรงดึงที่ผิวได้มากยิ่งขึ้น เมื่อร้อยเข้าไปในผิวหนัง ก็จะเหมือนกับการใช้มือรากรั้งดึงผิวให้ยกได้มากยิ่งขึ้น หลังทำจึงเห็นผลได้ชัดเจนกว่าการร้อยไหม PDO แบบเรียบๆ ที่สำคัญไหมเงี่ยง ไหมเกลียว ทาง อย.เกาหลีรับรองความปลอดภัยอยู่แล้ว ที่เกาหลีจึงนิยมร้อยไหม PDO แบบไหมเงียง ไหมเกลียวกันมาก   

          การร้อย มี 2 ลักษณะ คือ 1. ร้อยกระตุ้นคอลลาเจน เหมือนไหมทองคำ ร้อยเข้าไปอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน และอิลาสติน, 2. ร้อยชั้นไขมันกับชั้นใต้ผิวหนังให้ยุบเข้าหากัน เป็นการแก้ปัญหาคาง 2 ชั้น หรือทำให้หน้าที่หย่อนกระชับขึ้น แต่ลักษณะหลังนี้การกระตุ้นเซลล์ผิวอิลาสตินจะน้อยกว่าลักษณะแรก

          การร้อยไหมทั้งสองลักษณะที่ได้กล่าวจะใช้หลักการร้อยไหมเดียวกัน คือ แนวแรกจะร้อยแนวเดียวกับกล้ามเนื้อ แนวที่สองจะร้อยตั้งฉากกับแนวแรก การร้อยเช่นนี้จะทำให้เกิดการสานกันเป็นร่างแห เมื่อเกิดการสานกันก็จะเกิดแรงดึง หลายๆ แรงดึงจะเกิดเป็นแรงยก

          ฉะนั้นการใช้จำนวนเส้นไหมยิ่งมาก ยิ่งทำให้เกิดการสานและสร้างแรงดึงได้มากขึ้น การร้อยมักใช้ไหมตั้งแต่ 20 เส้นขึ้นไป บางคนใช้ 40 เส้น 60 เส้น ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวที่หย่อนคล้อย แต่อย่างไรก็ตาม ผิวหนังบริเวณที่มีการร้อยไหมเข้าไปจะเกิดการสร้างคอลลาเจน และหลอดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนังนั้น จึงช่วยให้ผิวเต่งตึงขึ้น  แต่เทคนิคลักษณะไหน ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์แต่ละคน

          ก่อนการร้อยไหม แพทย์จะแปะยาชาบริเวณที่จะร้อยไหม ใช้เวลาโดยรวมราวครึ่งชั่วโมง และเนื่องจากการร้อยไหมนั้นใช้เข็ม หลังทำจึงทำให้เกิดการบวมช้ำซึ่งไม่มากเท่าไหร่ และถือเป็นเรื่องปกติ ราว 3-4 วัน จะหาย หลังเสร็จจากการร้อยไหมแล้ว ยังสามารถล้างหน้า แต่งหน้าได้ ไม่ต้องพักฟื้น และวันรุ่งขึ้นก็สามารถไปทำงานตามปรกติได้.